UFABETWINS บ็อกเซอร์ในตำนาน : “เพอร์เนลล์ วิเทกเกอร์” ยอดมวยตั้งรับที่รวดเร็วเหมือนกับหายตัวได้

ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่าย ถูกยกย่องให้เป็นยอดตำรับมวยตั้งรับ

อันเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาครองสถิติไร้พ่ายมาจนทุกวันนี้.. นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใช่คนแรกที่ตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่นและมีสายตาที่ไวเหมือนกับเหยี่ยว เพราะย้อนกลับไปก่อนที่ ฟลอยด์ จะแจ้งเกิด มีนักชกคนหนึ่งที่ว่ากันว่าเป็นเจ้าของคัมภีร์แห่งฟุตเวิร์ก

เสียงลือเสียงเล่าอ้างบอกว่าเขาเร็วเหมือนกับหายตัวได้ และทำเอาเหล่าแชมป์โลกในยุคนั้นต้องขยาดไม่ขอสู้กับเขาอีกเป็นครั้งที่ 2 นี่คือเรื่องราวของ “สวีท พี” หรือ เพอร์เนลล์ วิเทกเกอร์ นักชกหนึ่งเดียวในโลก ผู้มาพร้อมกับสไตล์ที่แสนแตกต่างในยุคที่มวยไฟเตอร์ยืนกัน

เต็มสังเวียน … และความแตกต่างของเขาถูกกล่าวขานว่า ในวันที่เขาฟิตที่สุด “สวีท พี” รวดเร็วเหมือนกับหายตัวได้ ต้นกำเนิด “สวีท พี สปีด ดีมอน” ในช่วงปลายยุค 80’s ถึงยุค 90’s วงการมวยโลกเฟื่องฟูสุดๆ โดยเฉพาะมวยรุ่นกลางที่มีนักชกฝีมือล่าเข็มขัดแชมป์โลกกันมากมาย

ศึกชิงบัลลังก์หมายเลข 1 ของโลกเมื่อครั้งนั้นเข้มข้นมาก ว่ากันว่านอกจากจะต่อยให้ชนะแล้วยังต้องต่อยให้สนุก มีคาแร็คเตอร์ให้แฟนๆ จำได้อีกด้วย เพราะปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งที่จะทำให้นักมวยแต่ละคนกลายเป็นมวยแม่เหล็ก มีแมตช์ใหญ่ๆ ให้โกยเงิน หรือบางครั้งก็ได้ผลประโยชน์

ในการตัดสิน เนื่องจากมูลค่าในตลาดของพวกเขาเอง เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงทำให้มีมวยไฟเตอร์ หรือ นักชกสายเดินหน้าฆ่ามันเกิดขึ้นมามากมาย ฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ และ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า คือตัวอย่างของมวยขวัญใจคนดูได้อย่างดี เมื่อขึ้นเวทีจุดขายของพวกเขาคือหมัดชุดที่

ต่อยได้รัว ใส่ได้ยับ เรียกเสียงเฮได้เสมอ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้มวยไฟเตอร์ได้รับการยกย่องและพูดถึง ต่างจากมวยสายบ็อกเซอร์ ที่ใช้เทคนิคเน้นการตั้งรับ และต่อยทำคะแนนมากกว่าน็อคเอาต์ อย่างไรก็ตาม ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ถนัดแตกต่างกัน และเมื่อจุดเด่นตัวเอง

ยังไม่ใช่ที่ต้องการของตลาด มันก็จำเป็นจะต้องทำให้พิเศษจนคนหันมามองให้ได้ และนั่นคือการถือกำเนิดของยอดมวยบ็อกเซอร์ ที่ยึดมั่นในแนวทางของการตั้งรับสวนกระแสนิยม แต่กลับกลายเป็นที่ถูกพูดถึงในฐานะ “ปีศาจเจ้าความเร็ว” (Speed Demon) นั่นก็คือ

เพอร์เนลล์ วิเทกเกอร์ วิเทกเกอร์ คือนักมวยชาวอเมริกันที่เติบโตมาจากการเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นมาก่อน ผ่านสังเวียนมามากกว่า 500 ไฟต์ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จที่สุดด้วยการเอาชนะ ลุยส์ ออร์ติซ จากเปอร์โตริโก ในโอลิมปิกปี 1984 ที่นครลอสแอนเจลิส

และคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ ซึ่งจากการไปยังจุดนั้นได้ทำให้เขาหมดความท้าทายในมวยสมัครเล่น และหันหน้าเข้าสู่เส้นทางนักชกอาชีพเต็มตัวในอีก 2 ปีต่อมา และอย่างที่ได้กล่าวไว้ ในยุคที่มีแต่มวยไฟเตอร์ครองตลาด วิเทกเกอร์ มาในรูปแบบของความแตกต่างที่ไม่สามารถ

UFABETWINS

มีใครเลียนแบบได้ และตัวของเขาก็ไม่เคยเลียนแบบสไตล์การชกของใคร … ความเร็วของเขาคือที่สุดของที่สุดแบบไม่มีใครตาม นั่นคือสิ่งที่เขาพูดยืนยันความสามารถของตัวเอง “ผมไม่มีนักชกคนโปรด ทุกคนอาจจะชอบ อาลี และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่

ตลอดกาล แต่ส่วนตัวแล้วไม่มีใครโดดเด่นในมุมมองของผม ทุกสิ่งที่ผมทำบนเวทีคือความเรียลและสัญชาตญาณของตัวผมเอง มันถูกออกแบบโดย เพอร์เนลล์ วิเทกเกอร์ และปฎิตามโดย เพอร์เนลล์ วิเทกเกอร์ ผมมีสไตล์ของตัวเอง แน่นอนว่ามันมีคนอยากจะทำตาม แต่ไม่มีใครสามารถ

เลียนแบบผมได้” เพอร์เนลล์ ว่าถึงความสามารถของเขา การชกในระดับสมัครเล่นมากกว่า 500 ไฟต์ ทำให้การหลบหลีก, การแย็บ และ ฟุตเวิร์ก ที่เป็นทักษะพื้นฐานของ วิเทกเกอร์ พัฒนาขึ้นตามประสบการณ์ รู้ตัวอีกทีความเร็วของเขาก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่เฉพาะในสายตาของตัวเอง

เท่านั้น แต่เหล่าเทรนเนอร์หลายๆ คนก็ยังต้องยอมรับว่า มันคือพรสวรรค์ธรรมชาติอย่างแท้จริง วิเทกเกอร์ เคยเข้าร่วมการฝึกที่โรงยิมของ เฟร็ดดี้ โรช เทรนเนอร์มวยชื่อดังของอเมริกา เมื่อ โร้ช ได้เห็นกับตาตัวเอง เขายอมรับว่าไม่กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ วิเทกเกอร์ พูดเลยแม้แต่คำเดียว

ความเร็วของ วิเทกเกอร์ คือความเร็วระดับปีศาจ ที่แม้จะพยายามฝึกและลอกเลียนแบบแค่ไหน ก็ไม่มีใครสามารถแกะสไตล์ของเขาให้เหมือนเป๊ะได้แน่นอน “นี่คือนักมวยที่ดีทีสุดคนหนึ่งเท่าที่เราเคยมี เขาคือปีศาจเจ้าความเร็ว ที่เป็นยอดมวยมาตั้งแต่ยังชกในระดับสมัครเล่น ตั้งแต่ตอน

ที่ผมเจอเขา ผมบอกได้เลยว่านี่แหละมวยฝีมือ มีทั้งพรสวรรค์และประสบการณ์ขึ้นเวทีมาอย่างโชกโชน มีการตั้งรับและการใช้หมัดที่เหลือเชื่อ ทุกวันนี้ผมเห็น ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ชกทีไร ผมอดนึกถึงเขาไม่ได้ทุกที” เฟร็ดดี้ โรช ยืนยันอีกครั้ง การเปรียบเทียบ วิเทกเกอร์ กับนักมวยไร้

พ่ายอย่าง ฟลอยด์ นั้น อาจจะทำให้ใครหลายคนที่ไม่ทันดู หรือไม่ได้ติดตามมวยสากลในยุคนั้นไม่เห็นภาพชัดเจน แต่ทุกคำพูดนั้นมีเหตุผลยืนยัน และสำหรับการเป็นนักมวย สิ่งที่พวกเขาทำเมื่ออยู่บนเวที คือทุกสิ่งที่ยืนยันตัวเองว่าพวกเขาคือของจริงหรือแค่สิงห์ราคาคุย..

สมบูรณ์แบบจนคนไม่เข้าใจ วิเทกเกอร์ เริ่มจากการชกในรุ่นเล็กอย่าง ไลท์เวต และแสดงจุดแข็งของตัวเองออกมาเรื่อยๆ ไล่ปราบนักชกในรุ่นจนหมดเกลี้ยงจนเป็นแชมป์โลก ก่อนขยับสู่รุ่นที่ใหญ่กว่าอย่าง เวลเตอร์เวต เพื่อเจอกับเหล่ายอดมวยที่กระจุกกันอยู่ในรุ่นนี้ UFABETWINS

The Grueling Truth เว็บไซต์เกี่ยวกับกีฬาชกมวย เคยเขียนวิเคราะห์ถึงการชกของ วิเทกเกอร์ เอาไว้ในช่วงที่เขายังไม่แขวนนวมว่า ไม่ว่าจะชกในรุ่นไหน วิเทกเกอร์ จะเป็นนักมวยที่ทำให้คู่ชกลำบากใจที่สุด ฟุตเวิร์กที่รวดเร็ว และ สายตาที่เฉียบคม ทำให้เขาหลบและเคาน์เตอร์

ด้วยหมัดแย็บได้ตลอด ไม่ว่าคู่ชกจะรัวขนาดไหน วิเทกเกอร์ ก็จะท้าทายด้วยการหลบหมัดนั้นเหมือนกับมาทาดอร์ที่หลอกล่อวัวกระทิง แกรี่ จาค็อบส์ นักชกชาวอเมริกันที่เคยชิงแชมป์กับ วิเทกเกอร์ ยืนยันเรื่องนี้ได้อย่างดี เขาขึ้นชกด้วยการคาดหวังว่าจะแย่งเข็มขัดแชมป์โลกของ

วิเทกเกอร์ ให้ได้ จึงตั้งใจซ้อมและทำการบ้านในเรื่องของการไล่จับความเร็วของ วิเทกเกอร์ มาอย่างละเอียด แต่เมื่อชกกันจริงๆ เขากลับพบว่าตัวเองเหมือนชกอยู่กับเงา วิเทกเกอร์ อยู่ในอากัปกิริยาที่สบายๆ หลบการชกของเขาแบบชิลๆ นั่นทำให้ จาค็อบส์ เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า

“นี่คือนักมวยที่ดีที่สุดที่เขาเคยเผชิญหน้า” “ก่อนชกกับ วิเทกเกอร์ ผมอยู่ในสภาพที่ฟิตที่สุดในชีวิต ผมฝึกฝนทุกวัน ตลอดเวลา จนแยกตัวเองจากโรงยิมไม่ออก ผมเชื่อเสมอว่าเมื่อเราอยู่ในสภาพร่างกายที่ฟิตที่สุด กินอาหารที่ดี ดูแลตัวเองอย่างดี ผมจะชกได้ตามแผนที่วางไว้

แต่เมื่อผมขึ้นเวทีกับ วิเทกเกอร์ ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อผมเหวี่ยงหมัด ผู้ชายคนนั้นจะเริ่มหลบหลีกป้องกันและโจมตีกลับมาทุกครั้ง ผมมองหาโอกาสที่จะชกเขาตลอด 12 ยก เหมือนตอนที่ผมคว้าแชมป์มาจากยุโรป แต่บางทีกับคนอย่าง วิเทกเกอร์ มันเป็นอะไรที่ยากเกินไปสักหน่อย”

“พูดตรงๆ ระหว่างชกกับผม เขาเหมือนกับซ้อมชกอยู่ในสวนหลังบ้านของตัวเอง” จาค็อบส์ ทิ้งท้าย อย่างไรก็ตามความเร็วที่ว่ามาและเข็มขัดแชมป์จนเต็มเอว ยังไม่อาจจะบอกได้ว่าเขาคือหมายเลข 1 ของโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ ณ เวลานั้นโลกชอบ

มวยไฟเตอร์ และเชื่อว่าหาก วิเทกเกอร์ เจอมวยไฟเตอร์ที่มีฝีมือ เขาจะต้องเป็นฝ่ายพลาดท่าแน่นอน ซึ่งมันทำให้ต้องเกิดแมตช์หยุดโลกขึ้นมา และแมตช์นี้สำคัญของกับราชามวยบ็อกเซอร์อย่าง วิเทกเกอร์ เป็นอย่างมาก เพราะมันจะทำให้ทั้งโลกต้องสยบกับสไตล์การชกของเขาอย่าง

ไร้ข้ออ้าง และทุกคนจะได้เข้าใจเสียทีว่ามวยบ็อกเซอร์คือศาสตร์ที่ควรได้รับการเคารพไม่ต่างจากแขนงอื่นๆ ณ เวลานั้นมีการเปรียบเทียบนักมวยสไตล์อย่าง วิเทกเกอร์ ไว้อย่างน่าสนใจว่า สไตล์ของเขาเป็นเหมือนดนตรีแจ๊ซ ที่ซับซ้อนและหาคนลอกเลียนแบบยาก ทว่าในความเหนือ

ชั้น มันกลับไม่สามารถเข้าถึงคนหมู่มากได้เท่าไหร่ ผู้กล่าวคำนี้คือ จอร์จ โฟร์แมน อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต ที่เปรียบเปรยได้อย่างชัดเจน.. “การชกมวยก็เหมือนกับเพลงแจ๊ซนั่นแหละ ยิ่งสมบูรณ์แบบเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีคนเข้าใจมันน้อยลงเท่านั้น” นี่คือสิ่งที่โฟร์แมนกล่าว ดังนั้นการที่จะ

ทำให้สไตล์ของเขาเป็นที่เข้าใจของคนอื่นๆ นั้นมีอยู่ทางเดียว นั่นคือการเอาคัมภีร์ของการตั้งรับที่เขามี ไปวัดกับคนที่ชกมวยตามกระแสนิยมได้ดีที่สุด ณ เวลานั้น ซึ่งนั่นก็คือ ฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ สายบู๊จาก เม็กซิกัน เจ้าของสถิติชนะ 87 ไฟต์รวด สไตล์ของ ชาเวซ กับ วิเทกเกอร์ นั้นมี

ความเหมือนในความแตกต่าง ณ เวลานั้น วิเทกเกอร์ มีแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวตของ WBC ติดมือมาแล้ว เรื่องเกมรับไม่มีใครสู้เขาได้ ขณะที่ ชาเวซ นั้นคือนักชกที่นิตยสาร The Ring บอกว่า “ดีที่สุดในโลกหากเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์” หากชกชนะ วิเทกเกอร์ เขาจะ

กลายเป็นนักชกคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่เคยครองเข็มขัดของสถาบันหลักใน 4 รุ่นน้ำหนัก ต่อจาก ชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด, โทมัส เฮิร์นส์ และ โรแบร์โต้ ดูรัน ต่างคนต่างก็ไปสุดในสายของตัวเอง และนั่นคือเหตุผลที่มีแฟนมวยมากมายรอชมการปะทะกันของทั้งคู่อย่างใจจดใจจ่อ หากจะ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนเป็นการเจอกันของ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนี่ยร์ กับ แมนนี่ ปาเกียว ในยุคนี้นั่นแหละ.. รับหรือบุก ใครจะได้เป็นราชาแห่งยุคที่แท้จริง? “ตอนนี้ผมคือผู้ท้าชิงที่หิวกระหายชัยชนะมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเป็น ผมจะแสดงให้เห็นว่าผู้ท้าชิงต้องสู้ยังไงหากเขาจะ

กระชากเข็มขัดแชมป์และกลายเป็นแชมป์ที่คู่ควร” ฮูลิโอ เซซาร์ ชาเวซ ที่ได้ค่าตัว 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไฟต์นั้นกล่าว “การต่อสู้ครั้งนี้คือการเดิมพันแชมป์และตำแหน่งนักชกที่ดีที่สุดในโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ หลายคนบอกว่าจะเป็นไฟต์ที่ยากที่สุดในชีวิตของผม

แต่ผมว่าไม่ใช่ … มันจะง่ายจนเหลือเชื่อเลยคุณคอยดูเถอะ” วิเทกเกอร์ เจ้าของค่าตัว 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประกาศกร้าวอย่างมั่นใจ ลี โกรฟส์ นักเขียนจากนิตยสารมวย The Ring บรรยายบรรยากาศการชกในไฟต์นั้นไว้อย่างละเอียด เขาเกาะติดเวที และได้ยินสิ่งที่เหล่า

เทรนเนอร์พูดกับนักมวยในแต่ละยก และมันทำให้เขารู้ว่า “สวีท พี” คือคนที่พยายามจะเอาชนะไฟต์นี้ด้วยแรงขับจากข้างในที่มากกว่า ชาเวซ เป็นฝ่ายเดินหน้าปล่อยหมัดตามสไตล์ แต่ร่างกายของ วิเทกเกอร์ ในเวลานั้นฟิตเปรี๊ยะถึงขีดสุดราวกับหายตัวได้ ชาเวซ พยายามไล่เขา

ให้จน แต่หมัดของนักชกที่ชนะ 87 ไฟต์รวด กลับไม่สามารถทำให้ วิเทกเกอร์ ระคายผิวได้ หนำซ้ำ วิเทกเกอร์ ยังโชว์ฟุตเวิร์กที่ว่องไวระดับเทพ บางจังหวะเขาย่อจนลงไปต่ำอยู่ในท่านั่งยองๆ ซึ่งในกรณีนี้หมายถึงเขาหลบจนหมดมุมให้หลบแล้ว แต่สุดท้าย ชาเวซ ก็ไม่สามารถ

สำเร็จโทษวิเทกเกอร์ได้ แม้แต่นั่งยองๆ เขายังโยกหัวหลบได้ นั่นคือจุดที่แสดงให้เห็นถึงสายตาที่ว่องไว หนำซ้ำยังเป็นชาเวซเองที่โดนการเคาน์เตอร์ (หลบแล้วแย็บ) กระแทกหน้าจนน้ำกระจายอยู่หลายครั้ง ดูเหมือนว่า วิเทกเกอร์ กำลังจะเข้าใกล้ชัยชนะเข้าไปทุกทีๆ

“อย่าปล่อยให้มันขโมยชัยชนะไป เหลืออีกแค่ 2 ยกเท่านั้น ทำเหมือนที่เคยทำต่อไป” จอร์จ เบนตัน โค้ชของ วิเทกเกอร์ ว่าขึ้นในยก 10 อันเป็นสัญญาณว่าตอนนี้ ชาเวซ ต่อยจนหมดแรง และได้เวลาที่หมัดของนักมวยของเขาจะฉายแสงกลับบ้าง วิเทกเกอร์ ยังหน้าตาดูดีความเร็วยัง

ตกลงไปไม่มาก ขณะที่ ชาเวซ นั้นเริ่มเก็บอาการเหนื่อยหอบไม่อยู่ จากนั้นเหลืออีก 18 วินาทีสุดท้ายในยกที่ 11 วิเทกเกอร์ ได้ต่อย ชาเวซ จังๆ ซึ่งหมัดนี้ทำให้ทุกคนในสนามเข้าใจตรงกันว่าไฟต์นี้จบแล้ว “นี่คืออีกหนึ่งหมัดของ วิเทกเกอร์ จุดสิ้นสุดของแชมป์ไร้พ่ายของ ชาเวซ มาถึง

แล้ว” ดานี่ ปาเชโก้ นักพากย์ในวันนั้นกล่าวออกอากาศ ขณะที่ฝูงชนที่มาเชียร์ ชาเวซ ในสนามนิ่งสงบกับสิ่งที่ได้เห็นเพราะเป็นเวลากว่า 13 ปีแล้วที่ ชาเวซ ไม่เคยเป็นรองโดยสมบูรณ์แบบเช่นนี้ หมักของ ชาเวซ ไม่สามารถทำอะไร วิเทกเกอร์ ได้ แม้แต่วินาทีสุดท้ายก่อนระฆังหมดยก

12 จะดัง วิเทกเกอร์ ยังทิ้งหมัดใส่หน้า ชาเวซ เป็นการปิดฉากได้อีกด้วย ทุกอย่างดูจะจบลงและเป็นการสร้างตำนานของ สปีด ดีมอน ผู้ทำให้ราชามวยไฟเตอร์สิ้นท่า แต่สุดท้ายเมื่อมีการรวมผลคะแนนจากคณะกรรมการ กลับกลายเป็นว่าการตัดสินออกมาให้เสมอกันแบบเหลือเชื่อด้วย

เสียงส่วนใหญ่ (เสมอ 2 เสียง วิเทกเกอร์ชนะ 1 เสียง) … วิเทกเกอร์ ยกมือขึ้นกุมหัวให้กับการตัดสินครั้งนี้ และเดินเข้าห้องแต่งตัวไปโดยไม่ได้สัมภาษณ์กับใคร ทุกอย่างแสดงออกถึงความผิดหวัง และเป็นอีกครั้งที่มวยไฟเตอร์ขวัญใจคนดูกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อการตัดสินมาถึง

ฎีกา เรื่องนี้แม้แต่ Sport Illustrated ยังลงข่าวพาดหัวว่า วิเทกเกอร์ โดนปล้นชัยชนะเลยทีเดียว “สิ่งเดียวที่ผมดีใจในไฟต์นี้ คือเรามีการถ่ายทอดสดทางทีวี เรามีผู้คนนับล้านที่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น และผมเชื่อว่าพวกเขาสามารถตัดสินได้ว่าจริงๆ แล้วใครเป็นผู้ชนะ …

ผมไม่ได้บอกว่าใครปล้นใคร แต่สาธารณะชนรู้ดีที่สุด” วิเทกเกอร์ กล่าวไว้เช่นนั้น ขณะที่ฝั่ง ชาเวซ และ โปรโมเตอร์ของเขาอย่าง ดอน คิง ก็มองไม่ต่างกัน พวกเขาเชื่อว่า ชาเวซ เป็นฝ่ายชนะ เพราะ วิเทกเกอร์ พยายามชกใต้เข็มขัด โดย ดอน คิง บอกว่าพร้อมจะให้ วิเทกเกอร์ ได้แก้มือให้

UFABETWINS

หายสงสัยตลอดเวลา เพียงแต่ว่าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของฝั่งที่ ชาเวซ ซึ่งเป็นนักมวยขวัญใจแฟนๆกำหนดไว้เท่านั้น.. และอย่างที่ใครหลายคนรู้ นั่นคือไฟต์เดียวที่ทั้งคู่ได้เจอกัน เพอร์เนลล์ วิเทกเกอร์ ไม่มีโอกาสได้แก้มืออีกเลย มีแต่เพียงการสัมภาษณ์ของ ชาเวซ ในภายหลังที่ยอมรับ

ในฝีมือของ วิเทกเกอร์ เท่านั้นเอง “การชกกับวิเทกเกอร์ ถึงจะไม่เสี่ยงต่อการเจ็บเนื้อเจ็บตัวอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ยากลำบากที่สุดในการเผชิญหน้ากับวิเทกเกอร์ก็คือ จะทำยังไงถึงจะชกให้ถูกตัวของวิเทกเกอร์ได้” ชาเวซ กล่าวประโยคนี้ด้วยความเคารพ ทุกคนรู้ การเสมอกับ

ชาเวซ แบบค้านสายตา ไม่ใช่ครั้งเดียวที่ วิเทกเกอร์ ต้องประสบพบเจอ เพราะอีก 4 ปีต่อมา(ปี 1997) วิเทกเกอร์ ในฐานะแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ของ WBC ต้องเจอกับ “โกลเด้นบอย” ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า ที่ ณเวลานั้นเป็นนักมวยขวัญใจชาวอเมริกัน ดีกรีแชมป์โลกรุ่น

ไลท์เวลเตอร์เวตของ WBC อายุ ณ เวลานั้นของ โฮย่า คือ 24 ปี ขณะที่ วิเทกเกอร์ นั้น 33 ปี ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกถึงอัตราต่อรองได้เป็นอย่างดี ทว่าเมื่อเอาเข้าจริงมันเหมือนกับการรีแมตช์ของ ชาเวซ กับ วิเทกเกอร์ เมื่อ 4 ปีที่แล้วไม่มีผิด มวยดาวรุ่งอย่าง โฮย่า ที่ขึ้นชื่อเรื่อง

หมัดชุดและการเอ็นเตอร์เทนคนดู กลับไล่ วิเทกเกอร์ ที่เป็นเสือเฒ่าไม่จน แต่สุดท้ายผลที่ออกมากลับกลายเป็นว่า วิเทกเกอร์ เป็นฝ่ายแพ้คะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์แบบค้านสายตา มีการวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานาว่า การที่เขาไม่ดังถึงขีดสุดนั้น มันไม่เกี่ยวกับเรื่องสไตล์หรือความเก่ง

หากแต่ วิเทกเกอร์ นั้นไม่ได้เป็นมวยในสังกัดของโปรโมเตอร์ดังๆ อย่าง ดอน คิง หรือ บ๊อบ อารัม เท่านั้นเอง เขาจึงไม่ได้ถูกผลักดันให้ชกไฟต์ใหญ่เท่าที่ควร ตัวของ วิเทกเกอร์ พยายามที่จะขอ รีแมตช์ กับทั้ง ชาเวซ และ โฮย่า ซึ่งสุดท้ายมันก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย หลังจาการแพ้ โฮย่า

ชีวิตนอกสนามของ วิเทกเกอร์ ก็ไม่ค่อยดีนัก เขาต้องร้างสังเวียนไปพักใหญ่เพราะไปบำบัดยาเสพติด ซึ่งจังหวะดังกล่าว ดอน คิง ก็จัดแมตช์ให้เขาเจอกับอีกยอดนักชกอย่าง เฟลิกซ์ ตรินิแดด และฝ่าย วิเทกเกอร์ ก็แพ้คะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ไปอีก เพราะเรื่องของร่างกายและ

สุขภาพที่ทรุดโทรมลง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ประกาศแขวนนวมไป น่าเศร้าที่ในปี 2019 วิเทกเกอร์ ในวัย 55 ปี ต้องเสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุโดนรถชนขณะข้ามถนนในเวอร์จิเนียบีช และในวันที่เขาจากไป ทุกคนที่เคยใช้เวทีร่วมกับเขาก็พร้อมใจกันกล่าวถึง วิเทกเกอร์ อีกครั้งว่า

แท้จริงแล้วในสายตาของเหล่าแชมป์โลกคนอื่นๆ วิเทกเกอร์ นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ขึ้นชกบนเวทีเดียวกับเขา เพอร์เรลล์ วิเทกเกอร์ เป็นนักชกที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเผชิญหน้า” นี่คือสิ่งที่ เดอ ลา โฮย่า กล่าวถึง วิเทกเกอร์ เป็นครั้งสุดท้าย สิ่งที่น่าเสียดายที่สุด

คือเขาไม่สามารถเอาการชกแบบ “วิเทกเกอร์สไตล์” ก้าวขึ้นไปครองโลกได้โดยไม่มีใครกล้าเถียง หากเขาชกชนะ ชาเวซ หรือ เดอ ลา โฮย่า ความยิ่งใหญ่ของเขาคงจะมากกว่านี้เยอะ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ชื่อของ วิเทกเกอร์ ก็ถูกกล่าวขานในฐานะ “สปีด ดีม่อน”

หรือนักชกที่ว่องไวเหมือนกับหายตัวได้ และเป็น 1 ในแชมป์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมี.. ซึ่งทุกสายตาที่เคยเห็นเขาชกล้วนกล้ายืนยันได้ว่า สิ่งที่ วิเทกเกอร์ เป็นนั้น ยิ่งใหญ่กว่าเข็มขัดแชมป์ที่เขาเคยครอบครองตอนเป็นนักชกอาชีพเสียอีก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลงเหลือไว้คือ

คัมภีร์มวยบ็อกเซอร์ระดับตั้งรับในแบบ วิเทกเกอร์ ก็ได้ถูกส่งต่อให้นักชกรุ่นหลัง.. ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ซูฮก วิเทกเกอร์ มาโดยตลอดด้วยความเคารพในฐานะอาจารย์ และทุกวันนี้ ฟลอยด์ ก็สามารถนำมวยบ็อกเซอร์ประกาศศักดาแบบไม่มีใครกล้าเถียงได้แล้ว บ้านผลบอล